ความต้องการติดตั้งโซล่าเซลล์เพิ่มขึ้น หลังเกิดวิกฤตตะวันออกกลาง
- 25 มี.ค.
- ยาว 1 นาที

คนไทยหันหาโซลาร์เซลล์ รับมือค่าไฟขาขึ้น
สถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อราคาพลังงานโลก กำลังกลายเป็นแรงกระเพื่อมสำคัญที่ทำให้ประชาชนไทยเริ่มมองหา “ทางรอด” ด้านพลังงานมากขึ้น โดยเฉพาะการติดตั้งโซลาร์เซลล์ในภาคครัวเรือน
ข้อมูลจากผู้ประกอบการติดตั้งโซลาร์เซลล์ระบุว่า ความสนใจของประชาชนเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในช่วงวิกฤตตะวันออกกลางที่ผ่านมา โดยจำนวนผู้ติดต่อสอบถามและจองติดตั้ง เพิ่มจากเฉลี่ยสัปดาห์ละประมาณ 16 ราย เป็นกว่า 134 ราย สะท้อนความกังวลต่อแนวโน้มค่าไฟที่อาจปรับตัวสูงขึ้นตามต้นทุนเชื้อเพลิงในตลาดโลก
มาตรการรัฐหนุน แต่ยังไม่ทั่วถึง
หนึ่งในปัจจัยสนับสนุนสำคัญ คือ มาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับการติดตั้งโซลาร์เซลล์ในที่อยู่อาศัย วงเงินไม่เกิน 200,000 บาท ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม ถึง 31 ธันวาคม 2571
มาตรการดังกล่าวมีส่วนช่วยให้ยอดติดตั้งในภาคครัวเรือนเพิ่มขึ้นราว 2–3 เท่า อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่า ประโยชน์จากมาตรการนี้ยังจำกัดอยู่ในกลุ่มผู้มีรายได้ปานกลางถึงสูง โดยเฉพาะกลุ่มที่มีรายได้ 120,000–180,000 บาทต่อเดือน ซึ่งสามารถใช้สิทธิ์ลดหย่อนได้เต็มที่
ในทางกลับกัน กลุ่มรายได้ต่ำกว่า 30,000 บาทต่อเดือน หรือผู้ที่ติดตั้งระบบขนาดเล็ก อาจไม่ได้รับประโยชน์อย่างมีนัยสำคัญ
ต้นทุนอุปกรณ์ขยับขึ้น กดดันราคาติดตั้ง
แม้ความต้องการจะเพิ่มขึ้น แต่ต้นทุนของระบบโซลาร์เซลล์ก็เริ่มปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน
ปัจจัยหลักมาจากการที่จีน ซึ่งเป็นผู้ผลิตแผงโซลาร์เซลล์รายใหญ่ของโลก ประกาศยกเลิกมาตรการคืนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT Rebate) สำหรับการส่งออก ส่งผลให้ราคาแผงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นราว 10–15%
ขณะเดียวกัน ต้นทุนอุปกรณ์อื่น ๆ ก็ปรับตัวสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแบตเตอรี่ที่เพิ่มขึ้นประมาณ 7% และสายไฟที่เพิ่มขึ้นราว 10% ตามราคาทองแดงในตลาดโลก รวมถึงค่าขนส่งที่ยังอยู่ในระดับสูง
ตัวอย่างเช่น ระบบขนาด 3 กิโลวัตต์ ซึ่งเคยมีราคาเริ่มต้นประมาณ 150,000 บาท ปัจจุบันขยับขึ้นมาอยู่ที่ราว 170,000 บาท
โจทย์ใหญ่: โครงสร้างค่าไฟและ Net Metering
ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมมองว่า หากภาครัฐต้องการผลักดันการใช้พลังงานแสงอาทิตย์อย่างจริงจัง ควรพิจารณาปรับโครงสร้างค่าไฟควบคู่กับการพัฒนาระบบ “Net Metering” หรือการหักลบหน่วยไฟฟ้าอัตโนมัติ
ปัจจุบัน อัตราการรับซื้อไฟฟ้าจากภาคประชาชนอยู่ที่ประมาณ 2.50 บาทต่อหน่วย ซึ่งยังไม่จูงใจเพียงพอ โดยเฉพาะสำหรับกลุ่มผู้ใช้ไฟในระดับปานกลางที่ไม่สามารถใช้ไฟฟ้าที่ผลิตได้ทั้งหมด
โซลาร์เซลล์: ทางเลือกที่คุ้มค่า แต่ยังมีข้อจำกัด
แม้โซลาร์เซลล์จะสามารถช่วยลดค่าไฟได้ประมาณ 1,500–5,000 บาทต่อเดือน แต่ยังมีข้อจำกัดสำคัญ เช่น ค่าใช้จ่ายในการติดตั้งแบตเตอรี่สำหรับสำรองไฟในช่วงกลางคืน ซึ่งยังไม่ครอบคลุมในมาตรการลดหย่อนภาษี
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้การตัดสินใจลงทุนยังคงต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะในกลุ่มครัวเรือนที่มีข้อจำกัดด้านงบประมาณ
จุดเปลี่ยนของพลังงานครัวเรือนไทย
ในภาพรวม วิกฤตพลังงานโลกกำลังเร่งให้โซลาร์เซลล์กลายเป็นทางเลือกที่ถูกพูดถึงมากขึ้นในสังคมไทย
แม้จะยังมีข้อจำกัดเชิงนโยบายและต้นทุน แต่แนวโน้มการเติบโตของตลาดโซลาร์เซลล์ในภาคครัวเรือนยังคงชัดเจน และอาจกลายเป็นหนึ่งในโครงสร้างพลังงานสำคัญของประเทศในอนาคต
อ้างอิงข้อมูล: วันใหม่ ไทยพีบีเอส https://www.thaipbs.or.th/now/content/3784







ความคิดเห็น