เจาะลึกเส้นทาง Net Zero ประเทศไทย 2050 เปิดคะแนนประเมิน 10 บริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ ผ่าน ‘Net Zero Tracker’
- 24 ก.พ.
- ยาว 2 นาที

เมื่อประเทศไทยประกาศเหยียบคันเร่ง ยกระดับเป้าหมายมุ่งสู่ Net Zero (การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ) ภายในปี 2050 (ขยับขึ้นจากเดิมที่ตั้งไว้ในปี 2065) พร้อมตั้งเป้าระยะกลางในการลดก๊าซเรือนกระจกให้ได้ 47% ภายในปี 2035 สปอตไลต์จึงส่องไปที่ "ภาคพลังงาน" ซึ่งเป็นภาคส่วนที่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สูงที่สุดในประเทศ (ข้อมูลปี 2567 อยู่ที่ 93.9 ล้านตัน หรือคิดเป็น 38% ของการปล่อยทั้งหมด) เพื่อเป็นเข็มทิศและตัวช่วยเร่งสปีดให้ภาคพลังงานไทยก้าวสู่เป้าหมายได้จริง บริษัท ป่าสาละจำกัด (สถาบันวิจัยด้านธุรกิจยั่งยืนแห่งแรกของไทย) จึงได้เปิตัวNetZeroTracker (www.netzerotracker.co) แพลตฟอร์มแรกในไทยที่ชวนภาคประชาชนและนักลงทุน มาร่วมติดตาม ตรวจสอบ และประเมินความก้าวหน้าของ 10 บริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ของไทย
.

.
Net Zero Tracker วัดผลอย่างไร?
แพลตฟอร์มนี้มุ่งเป้าไปที่รัฐวิสาหกิจและบริษัทพลังงานที่มีมูลค่าตลาดสูงสุดในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยรวม 10 แห่ง โดยประเมินจาก ข้อมูลที่บริษัทเปิดเผยต่อสาธารณะ แบ่งเป็น 4 มิติหลัก (คะแนนเต็ม 40 คะแนน) ได้แก่

1. การกำหนดเป้าหมาย (Target Setting): ประเมินการประกาศเป้าหมาย Net Zero ที่ครอบคลุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้ง Scope 1 (ทางตรง) และ Scope 2 (ทางอ้อมจากการใช้พลังงาน) และต้องครอบคลุมไม่ต่ำกว่า 95% ของการปล่อยก๊าซทั้งหมด
ผลประเมิน: มี 7 บริษัทที่ได้คะแนน แต่คะแนนเฉลี่ยยังต่ำเพียง 2.00/10 คะแนน เนื่องจากอีก 3 แห่งยังไม่มีการประกาศเป้า Net Zero หรือตั้งเป้าเพียง Carbon Neutral ซึ่งมาตรฐานต่ำกว่า
2. การกำกับดูแลและการเปิดเผยข้อมูล (Governance & Disclosure): ดูการจัดการโครงสร้างองค์กร เช่น การตั้งคณะกรรมการหรือผู้บริหารระดับสูงเพื่อรับผิดชอบด้านสภาพภูมิอากาศโดยเฉพาะ และมีผู้ตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล (Third-party Verification)
ผลประเมิน: เป็นหมวดที่ทำได้ดีที่สุด ทุกบริษัทได้คะแนน โดยมีคะแนนเฉลี่ยสูงถึง 7.10/10 คะแนน
3. ผลการดำเนินงาน (Performance): วัดที่ "การลดลงจริง" ของปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า รวมถึงความชัดเจนของแผนลดคาร์บอน
ผลประเมิน: เป็นจุดอ่อนที่สุด มีเพียง 6 บริษัทที่ได้คะแนน โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 0.65/10 คะแนน สาเหตุหลักคือแผนลดคาร์บอนยังขาดความชัดเจน โดยเฉพาะการพึ่งพา "คาร์บอนเครดิตเพื่อชดเชย (Offsets)" ที่ยังขาดการเปิดเผยรายละเอียดประเภทและใบรับรองที่น่าเชื่อถือ
4. การเปลี่ยนผ่านที่ยุติธรรม (Just Transition): มิติใหม่ที่สำคัญ คือการปรับตัวสู่อุตสาหกรรมสีเขียวโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ประเมินจากการเคารพสิทธิมนุษยชน การเยียวยาผลกระทบ และนโยบายไม่ฟ้องปิดปาก (Anti-SLAPP) ผู้ที่แสดงความคิดเห็น
ผลประเมิน: มี 9 บริษัทที่ได้คะแนน เฉลี่ย 1.9/10 คะแนน
.

เปิดคะแนน 10 หุ้น/องค์กรพลังงานไทย ใครอยู่จุดไหนบนเส้นทาง Net Zero?
จากการประเมินปีแรก (เต็ม 40 คะแนน) พบว่ากลุ่มผู้นำแม้จะได้คะแนนสูงสุด แต่เมื่อเทียบกับสัดส่วนคะแนนเต็ม จะเห็นได้ว่าอุตสาหกรรมพลังงานไทยทั้งระบบยังมีพื้นที่ให้พัฒนาอีกมาก
อันดับ 1 (ร่วม): BANPU, EGCO, PTT — 15.00 คะแนน
อันดับ 4: GULF — 14.11 คะแนน
อันดับ 5: RATCH — 14.00 คะแนน
อันดับ 6: CKP — 12.11 คะแนน
อันดับ 7: BCP — 12.00 คะแนน
อันดับ 8: BGRIM — 11.00 คะแนน
อันดับ 9: EGAT (กฟผ.) — 6.00 คะแนน
อันดับ 10: SPRC — 2.25 คะแนน
Insight: คุณสฤณี อาชวานันทกุล กรรมการผู้จัดการ ป่าสาละ ระบุว่า "ไม่อยากให้ยึดติดกับตัวเลขว่าคะแนนยังน้อย เพราะประเด็นสำคัญอยู่ที่การสร้างบรรยากาศการแข่งขันที่ดี และดูพัฒนาการ (เส้นทาง) ของแต่ละบริษัทในอนาคต" .

3 ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ปลดล็อกอุปสรรคภาคพลังงาน
คุณศิวัช อ่วมประดิษฐ์ รองกรรมการผู้จัดการ ป่าสาละ ได้ให้ข้อเสนอแนะต่อภาครัฐ เพื่อช่วยให้ภาคเอกชนทำงานได้ง่ายและชัดเจนขึ้น ได้แก่:
กำหนดปีปลดระวางฟอสซิลให้ชัดเจน: ภาครัฐต้องมีนโยบายเปลี่ยนผ่านพลังงานที่ระบุ "ปีเป้าหมาย" ในการปลดระวางโรงไฟฟ้าถ่านหินและก๊าซธรรมชาติก่อนกำหนด เพื่อสร้างแรงจูงใจและทิศทางลงทุนให้เอกชน
ปลดล็อกสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA): ควรมีนโยบายที่เอื้อให้เกิดการแก้ไขสัญญาซื้อขายไฟฟ้าที่ผูกพันระยะยาว เพื่อให้การปรับเปลี่ยนไปใช้พลังงานสะอาดทำได้ยืดหยุ่นและราบรื่นขึ้น
ผลักดันกฎหมาย Anti-SLAPP: ภาคพลังงานมักถูกวิจารณ์จากภาคประชาสังคม การมีกฎหมายป้องกันการฟ้องปิดปากที่ชัดเจน จะช่วยดึงการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชน ทำให้บริษัทมีข้อมูลรอบด้านในการปรับนโยบายแบบ "ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง"
.
เสียงสะท้อนจากวงเสวนา: ความท้าทายที่รออยู่
ในงานเสวนา ‘เส้นทาง Net Zero ไทย: ความท้าทายร่วมของภาคพลังงาน’ ผู้เชี่ยวชาญได้ร่วมให้มุมมองเพิ่มเติมที่น่าสนใจ:
บริบทโลกและแหล่งทุน: คุณนภัส เตชะวัฒนกิจกุล จากกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศฯ ชี้ว่าไทยต้องเร่งปรับตัวให้ทันเพื่อนบ้านและรายงานต่อ UNFCCC นอกจากนโยบายแล้ว เราต้องพึ่งพา "เทคโนโลยีการลดคาร์บอน" ซึ่งมีต้นทุนสูง จึงจำเป็นต้องดึงดูดความช่วยเหลือด้านเงินทุนสีเขียวจากต่างประเทศ
แผน PDP ฉบับใหม่: ดร.อารีพร อัศวินพงศ์พันธ์ จาก TDRI ระบุว่า แผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) ฉบับใหม่ที่กำลังร่างอยู่ จะต้องบูรณาการให้ตรงกับเป้า Net Zero โดยคาดว่าต้องดันสัดส่วนพลังงานสะอาดให้ถึง 70% ภายในปี 2050 ซึ่งต้องอาศัยแรงขับเคลื่อนจากทุกภาคส่วน
เจตจำนงทางการเมือง: คุณสฤณี ทิ้งท้ายไว้อย่างน่าสนใจว่า อุปสรรคใหญ่สุดคือ "เจตจำนงทางการเมือง (Political Will)" หากรัฐไม่ส่งสัญญาณนโยบายที่ชัดเจน หรืออำนาจรัฐยังผูกติดกับอำนาจทุนเดิม การเปลี่ยนผ่านก็จะเป็นไปได้ยาก ภาคประชาสังคมจึงต้องร่วมกันตั้งคำถามและตรวจสอบอย่างเข้มข้นต่อไป
สามารถเข้าไปติดตามรายละเอียดเกณฑ์การให้คะแนนและเจาะลึกข้อมูลของแต่ละบริษัทได้ที่ www.netzerotracker.co
.
#NetZero2050 #NetZeroTracker #ลดก๊าซเรือนกระจก #พลังงานสะอาด #ธุรกิจพลังงาน #SolartechCenter #โซลาร์บ้าน #ลงทุนพลังงานสะอาด #GreenEnergy







ความคิดเห็น