เตรียมเปิดลงทะเบียน “โซลาร์รูฟท็อป” กลางเดือนตุลาคม 2569 รัฐหนุนสูงสุด 50,000 บาทต่อครัวเรือน

ถือเป็นอีกหนึ่งข่าวดีสำหรับประชาชนที่กำลังวางแผนติดตั้งโซลาร์เซลล์เพื่อลดค่าไฟ เมื่อภาครัฐเตรียมเดินหน้าโครงการสนับสนุนการติดตั้ง “โซลาร์รูฟท็อป” สำหรับภาคครัวเรือน โดยคาดว่าจะเปิดให้ลงทะเบียนในช่วงกลางเดือนตุลาคม 2569
โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าในระยะยาว ส่งเสริมให้ประชาชนเข้าถึงพลังงานสะอาดได้ง่ายขึ้น และเพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนภายในประเทศ
สรุปข้อมูลโครงการโซลาร์รูฟท็อป 2569
ข้อมูลเบื้องต้นระบุว่า รัฐบาลเตรียมวงเงินสนับสนุนประมาณ 50,000 ล้านบาท เพื่อช่วยประชาชนติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป โดยมีรายละเอียดสำคัญดังนี้
คาดว่าจะเปิดลงทะเบียนช่วงกลางเดือนตุลาคม 2569
ตั้งเป้าหมายระยะแรกประมาณ 1 ล้านครัวเรือน
อาจพิจารณาขยายเป้าหมายเป็นประมาณ 1.5 ล้านครัวเรือน
สนับสนุนค่าใช้จ่ายสูงสุดประมาณ 50,000 บาทต่อครัวเรือน
อาจปรับเงินสนับสนุนตามขนาดกำลังติดตั้งของระบบ
มีแนวทางพิจารณามาตรการภาษีสำหรับชิ้นส่วนอุปกรณ์โซลาร์เซลล์บางรายการ
อย่างไรก็ตาม รายละเอียดทั้งหมดข้างต้นยังเป็นข้อมูลเบื้องต้น ประชาชนควรรอประกาศหลักเกณฑ์ คุณสมบัติ และเงื่อนไขฉบับสมบูรณ์จากหน่วยงานภาครัฐอีกครั้ง
เงินอุดหนุนอาจอยู่ที่ 30,000–50,000 บาท
แม้ข้อมูลข่าวในช่วงแรกจะกล่าวถึงเงินสนับสนุนสูงสุดประมาณ 50,000 บาทต่อครัวเรือน แต่มีแนวทางว่าเงินสนับสนุนอาจแบ่งตามขนาดกำลังติดตั้ง เช่น บ้านที่ใช้ไฟน้อยและติดตั้งระบบขนาดเล็ก อาจได้รับเงินสนับสนุนในระดับที่แตกต่างจากบ้านที่ติดตั้งระบบขนาด 5 กิโลวัตต์
แนวทางที่อยู่ระหว่างพิจารณาอาจกำหนดเงินสนับสนุนประมาณ 30,000–50,000 บาทต่อครัวเรือน เพื่อให้เหมาะสมกับขนาดระบบและพฤติกรรมการใช้ไฟของแต่ละบ้าน
ดังนั้น คำว่า “รับเงินอุดหนุน 50,000 บาท” ควรเข้าใจว่าเป็นวงเงินสนับสนุนสูงสุดตามข้อมูลเบื้องต้น ไม่ได้หมายความว่าผู้สมัครทุกครัวเรือนจะได้รับเงินจำนวนเท่ากัน
ตัวอย่างระบบโซลาร์เซลล์ขนาด 5 กิโลวัตต์
ข้อมูลเบื้องต้นยกตัวอย่างการติดตั้งโซลาร์เซลล์ขนาดประมาณ 5 กิโลวัตต์ ซึ่งมีราคาประมาณ 150,000 บาท หากได้รับเงินสนับสนุนสูงสุด 50,000 บาท เจ้าของบ้านจะเหลือค่าใช้จ่ายประมาณ 100,000 บาท
ทั้งนี้ ราคาติดตั้งจริงอาจแตกต่างกันตามปัจจัยต่าง ๆ เช่น
ยี่ห้อและรุ่นของแผงโซลาร์เซลล์
ประเภทและขนาดของอินเวอร์เตอร์
ระบบไฟฟ้า 1 เฟสหรือ 3 เฟส
จำนวนแผงและกำลังผลิตรวม
สภาพและความแข็งแรงของหลังคา
ระยะทางและความซับซ้อนในการเดินสายไฟ
อุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัย
ขั้นตอนขออนุญาตเชื่อมต่อกับการไฟฟ้า
ระยะเวลารับประกันและบริการหลังการขาย
ก่อนติดตั้งจึงควรสำรวจหน้างานและออกแบบระบบจากปริมาณการใช้ไฟจริง ไม่ควรเลือกขนาดระบบหรือผู้ติดตั้งจากราคาเพียงอย่างเดียว
บ้านแบบไหนเหมาะกับโซลาร์รูฟท็อป?
โซลาร์รูฟท็อปจะช่วยประหยัดค่าไฟได้ดี เมื่อบ้านมีการใช้ไฟฟ้าในช่วงกลางวันที่ระบบกำลังผลิตไฟ เช่น เวลาเปิดเครื่องปรับอากาศ ปั๊มน้ำ ตู้เย็น เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า
กลุ่มที่ควรเริ่มประเมินความพร้อม ได้แก่
บ้านที่มีค่าไฟประมาณ 3,000–4,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป
บ้านที่มีสมาชิกอยู่และใช้ไฟช่วงกลางวัน
บ้านที่เปิดเครื่องปรับอากาศหลายเครื่อง
บ้านที่มีปั๊มน้ำ สระว่ายน้ำ หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าทำงานเป็นประจำ
บ้านที่มีรถยนต์ไฟฟ้าและสามารถชาร์จในช่วงกลางวัน
ร้านค้า คาเฟ่ คลินิก และโฮมออฟฟิศ
อาคารที่มีพื้นที่หลังคาเพียงพอและไม่มีเงาบังมากเกินไป
อย่างไรก็ตาม ค่าไฟที่ใกล้เคียงกันไม่ได้หมายความว่าทุกบ้านต้องติดตั้งระบบขนาดเท่ากัน เพราะช่วงเวลาการใช้ไฟและลักษณะของเครื่องใช้ไฟฟ้ามีผลต่อความคุ้มค่าโดยตรง
5 เรื่องที่ควรเตรียมก่อนเปิดลงทะเบียน
1. เตรียมบิลค่าไฟย้อนหลัง
ควรเก็บบิลค่าไฟย้อนหลังประมาณ 6–12 เดือน เพื่อวิเคราะห์ปริมาณการใช้ไฟ ค่าไฟเฉลี่ย และความเปลี่ยนแปลงในแต่ละช่วงฤดูกาล
2. ตรวจสอบชื่อในใบแจ้งค่าไฟ
ควรตรวจสอบชื่อเจ้าของมิเตอร์ ชื่อเจ้าของบ้าน และข้อมูลสถานที่ติดตั้ง เพราะเอกสารเหล่านี้อาจเป็นส่วนหนึ่งของเงื่อนไขการสมัคร
3. สำรวจพื้นที่และสภาพหลังคา
ต้องตรวจสอบพื้นที่ติดตั้ง ทิศทางหลังคา เงาจากต้นไม้หรืออาคารข้างเคียง รวมถึงความแข็งแรงและอายุการใช้งานของหลังคา
4. วิเคราะห์ช่วงเวลาที่ใช้ไฟ
หากใช้ไฟมากในเวลากลางวัน ระบบ On-Grid อาจตอบโจทย์ด้านการลดค่าไฟ แต่หากต้องการใช้ไฟจากโซลาร์เซลล์ในเวลากลางคืนหรือต้องการไฟสำรองเมื่อไฟดับ อาจต้องพิจารณาระบบ Hybrid พร้อมแบตเตอรี่เพิ่มเติม
5. เลือกผู้ติดตั้งที่มีมาตรฐาน
ควรเลือกบริษัทที่มีผลงานตรวจสอบได้ มีวิศวกรออกแบบ ใช้อุปกรณ์ได้มาตรฐาน มีระบบป้องกันทางไฟฟ้าที่เหมาะสม และมีบริการหลังการขายอย่างชัดเจน
ควรติดตั้งเลย หรือรอเปิดโครงการก่อน?
ผู้ที่ต้องการรับสิทธิจากโครงการโดยตรง แนะนำให้รอประกาศหลักเกณฑ์อย่างเป็นทางการก่อนทำสัญญาหรือชำระเงิน เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่า ระบบที่ติดตั้งก่อนวันเริ่มโครงการจะสามารถขอรับเงินสนับสนุนย้อนหลังได้หรือไม่
ประเด็นสำคัญที่ควรรอตรวจสอบ ได้แก่
วันเริ่มต้นและสิ้นสุดการลงทะเบียน
คุณสมบัติของผู้สมัคร
ประเภทอาคารที่เข้าร่วมได้
ขนาดระบบที่ได้รับการสนับสนุน
จำนวนเงินอุดหนุนในแต่ละขนาดระบบ
รายชื่ออุปกรณ์หรือผู้ติดตั้งที่ผ่านเงื่อนไข
ระบบที่ติดตั้งไปแล้วสามารถสมัครย้อนหลังได้หรือไม่
ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับแบตเตอรี่อยู่ในโครงการหรือไม่
ขั้นตอนขออนุญาตกับการไฟฟ้า
ช่องทางการลงทะเบียนอย่างเป็นทางการ
แต่ระหว่างนี้ เจ้าของบ้านสามารถสำรวจพื้นที่ วิเคราะห์ค่าไฟ และวางแผนขนาดระบบล่วงหน้าได้ เพื่อให้พร้อมดำเนินการทันทีเมื่อเงื่อนไขชัดเจน
ระวังเว็บไซต์ปลอมและมิจฉาชีพแอบอ้างรับลงทะเบียน
เนื่องจากโครงการได้รับความสนใจจากประชาชนจำนวนมาก อาจมีผู้ไม่หวังดีสร้างเว็บไซต์หรือบัญชีโซเชียลปลอม โดยแอบอ้างว่าสามารถลงทะเบียน จองสิทธิ หรือรับเงินอุดหนุนล่วงหน้าได้
ก่อนกรอกข้อมูลหรือโอนเงิน ควรตรวจสอบให้แน่ชัดว่าเป็นช่องทางของหน่วยงานภาครัฐจริง และไม่ควรเปิดเผยข้อมูลสำคัญ เช่น
รหัส OTP
รหัสผ่านธนาคาร
ข้อมูลบัตรเครดิต
ภาพบัตรประชาชน
เลขบัญชีและข้อมูลทางการเงิน
หากยังไม่มีประกาศช่องทางลงทะเบียนอย่างเป็นทางการ ไม่ควรรีบโอนเงินเพื่อจองสิทธิให้กับบุคคลหรือหน่วยงานที่ไม่สามารถตรวจสอบได้
สรุปโครงการโซลาร์รูฟท็อป 2569
โครงการสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับประชาชนที่ต้องการลดค่าไฟและเปลี่ยนมาใช้พลังงานสะอาด โดยมีข้อมูลเบื้องต้นว่าจะเปิดลงทะเบียนช่วงกลางเดือนตุลาคม 2569 ตั้งเป้าหมายระยะแรกประมาณ 1 ล้านครัวเรือน และอาจให้เงินสนับสนุนสูงสุดประมาณ 50,000 บาทต่อครัวเรือน
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้รายละเอียดหลายส่วนยังอยู่ระหว่างการพิจารณา ผู้สนใจจึงควรติดตามประกาศจากภาครัฐอย่างใกล้ชิด และใช้ช่วงเวลานี้เตรียมบิลค่าไฟ ตรวจสอบเอกสาร สำรวจหลังคา และประเมินขนาดระบบให้เหมาะกับการใช้งานจริง
Solartech Center พร้อมให้คำปรึกษา สำรวจหน้างาน และออกแบบระบบโซลาร์เซลล์ให้เหมาะกับพฤติกรรมการใช้ไฟของบ้านและธุรกิจ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนโครงการเปิดลงทะเบียน






ความคิดเห็น